พ่อขอของขวัญวันเกิดให้ลูกชายรอดชีวิตจากตึก สตง.ถล่ม

2 เม.ย. – พ่อของหนุ่มขอนแก่น วัย 35 ปี หนึ่งในผู้สูญหายจากอาคาร สตง.ถล่ม ขอของขวัญวันเกิดให้ลูกชายรอดชีวิต ส่วนหนุ่มช่างประปา วัย 32 ปี เหยื่อตึก สตง.ถล่ม เผาแล้ว แม่ยังทำใจไม่ได้ สะอื้นไห้หน้าเมรุ

นายชาย เหลาเพ็ง อายุ 70 ปี พ่อของนายขวัญชัย เหลาเพ็ง อายุ 35 ปี หนึ่งในผู้สูญหายจากตึก สตง.ถล่มจากแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา และยังไม่พบตัว แต่นายชายยังคงรอด้วยความหวังว่าลูกชายจะรอดปลอดภัยกลับมา

นายชาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 สัปดาห์ มีสามีภรรยาคู่หนึ่งจากหมู่บ้านโคกสง่า มาชักชวนลูกชายไปทำงานเดินสายไฟฟ้าที่อาคาร สตง. ในกรุงเทพฯ ค่าแรงวันละ 500 บาท ลูกชายตัดสินใจรับงานนี้ และเดินทางไปพร้อมเพื่อนรวม 3 คน วันเกิดเหตุที่อาคารถล่ม ทั้งลูกชายและเพื่อนทำงานอยู่ที่ตึกดังกล่าว แต่ส่วนตัวเชื่อว่ายังมีปาฏิหาริย์ ลูกชายยังมีชีวิตอยู่ แต่ยังออกจากซากตึกไม่ได้ ลูกชายเป็นคนขยันทำงาน เป็นเสาหลักของครอบครัว เงินที่หามาได้ส่งกลับมาให้พ่อกับแม่เสมอ และบอกว่าจะกลับมาหาช่วงสงกรานต์ ตอนนี้ยังรออย่างมีความหวัง และเมื่อวานนี้ (1 เม.ย.) เป็นวันคล้ายวันเกิด ถ้าขอของขวัญอะไรได้จะขอให้ลูกชายรอดชีวิตกลับมาอย่างปลอดภัย ล่าสุดลูกสาวแจ้งว่าทีมกู้ภัยสามารถจับสัญญาณชีพของผู้รอดชีวิตใต้ซากอาคารได้ ทำให้ครอบครัวมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง

ส่วนที่หมู่บ้านหนองนกเขียน หมู่ 6 ต.หนองกุง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น หมู่บ้านเดียวกับนายขวัญชัย ผู้สูญหาย ยังมีช่างไฟที่รอดตายจากเหตุตึก สตง.ถล่ม หวุดหวิด คือ นายอมรฤทธิ์ อนารัตน์ หรือเอ็ม อายุ 35 ปี ช่างไฟฟ้าที่รับเดินระบบไฟฟ้าในอาคาร เปิดเผยว่า ทำงานทีมเดียวกันกับนายสาธิต เหล่าทา อายุ 32 ปี นางอนุสรา พรหมมา อายุ 33 ปี สองสามีภรรยา และนายขวัญชัย เหลาเพ็ง อายุ 35 ปี ทั้งหมดเป็นเครือญาติกัน ทำงานผู้รับเหมาไฟฟ้า ขณะนี้ยังสูญหายทั้งหมด แต่ตนเองรอดชีวิตอย่างหวุดหวิด เพราะแม่โทรตามให้กลับมาช่วยสร้างบ้านที่ จ.ขอนแก่น มีกำหนดเดินทางกลับไปทำงานที่ไซต์งานวันที่ 26 มีนาคม แต่ติดธุระจึงเลื่อนออกไป ทำให้รอดชีวิตมาได้ ขณะนี้ยังมีความหวังว่าผู้สูญหายอาจยังไม่ตาย แต่ทำใจเผื่อไว้เช่นกัน หากตนเองไม่ได้กลับมาขอนแก่นก็อาจเป็นหนึ่งในผู้สูญหายเช่นกัน

ขณะที่นางลลิตา มอบทองหลาง แม่ของนายอมรฤทธิ์ เล่าว่า เคยทำงานที่กรุงเทพฯ เก็บเงินได้จึงกลับมาปรับปรุงบ้าน แต่มีงบจำกัด จึงเรียกลูกชายที่เป็นช่างไฟให้กลับมาช่วย ก่อนจะเกิดแผ่นดินไหวไม่นาน

เผาแล้วศพแรก หนุ่มช่างประปาตึก สตง.ถล่ม
ส่วนศพนายกิตติพร ต้นกันยา หรือนายตั๋ง อายุ 32 ปี ช่างประปา ที่เสียชีวิตจากเหตุตึก สตง.ถล่ม ได้ทำพิธีฌาปนกิจแล้วเป็นศพแรก ที่เมรุวัดไทรทอง บ้านนาเหล่า หมู่ 5 ต.หนองกุงศรี อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศก

หลังทำพิธีทางศาสนา ชาวบ้านและทหารจิตอาสาช่วยกันยกโลงวนรอบเมรุ 3 รอบ ก่อนนำขึ้นเมรุ ขณะแม่ของนายกิตติพรที่ยังทำใจไม่ได้ถึงกับร้องไห้โฮ ทั้งตะโกนบอกกับดวงวิญญาณลูกชายว่าไม่ต้องเป็นห่วงแม่ แม่อยู่ได้ ไปเป็นเทวดาอยู่บนสรวงสวรรค์ หากเป็นไปได้ก็กลับมาเกิดเป็นลูกแม่ใหม่ อย่าได้มีอายุสั้นแบบนี้ จากนั้นได้เดินเอามือไปลูบรูปของลูกชายที่ตั้งหน้าเมรุและร้องไห้อย่างหนัก

นายสุนันท์ เคนสี เพื่อนของนายตั๋ง ซึ่งโชคดีรอดมาได้ เล่าเหตุการณ์ช่วงหนีตายระทึกวินาทีตึกกำลังจะถล่ม ขณะที่นายตั๋งวิ่งออกมาจากตึกแล้ว แต่มีเพื่อนตะโกนให้ช่วย นายตั๋งจึงกับเข้าไปอีกด้วยความเป็นห่วงเพื่อน แต่สุดท้ายก็ถูกตึกถล่มทับเสียชีวิต

นายภานุวัฒน์ ศรีอ่าง หัวหน้าชุดผู้รับเหมาก่อสร้าง หัวหน้านายตั๋ง บอกว่า รับงานเหมามาจากซับอีกที ผู้ตายเป็นคนทำงานเก่ง ทำงานดี เป็นช่างเจาะปูนเพื่อต่อท่อระบบ ท่อฉีดน้ำดับเพลิงของอาคาร วันเกิดเหตุไปทำงานด้วยกัน 16 คน หนีออกมาได้ 13 คน ออกมาไม่ได้ 3 คน เสียใจกับเหตุการณ์ที่ขึ้น ต้องสูญเสียทีมงานไปกับเหตุการณ์ครั้งนี้

ในงานศพเกิดเหตุการณ์ที่น่าตกใจ เมื่อนายชัชวาลย์ ทองชน นายอำเภอโนนสะอาด ที่เดินทางมาเป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพนายกิตติกร ก่อนจะถวายผ้ามหาบังสุกุล เกิดวูบกะทันหัน เจ้าหน้าที่เห็นนั่งเอนหลับตาจึงเข้าไปเรียกเพื่อให้เป็นประธานถวายผ้าไตร แต่กลับไม่ได้สติ คนที่มาร่วมงานต่างพากันตกใจ รีบพาขึ้นรถนำส่งโรงพยาบาลโนนสะอาด ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม


KUBET

KUBET

KUBET